Thursday, August 23, 2007

สุดทน!ปัญหาเสียงสุวรรณภูมิ เอกชนประกาศขายทิ้งโครงการจัดสรร/ชาวบ้านขู่ปิดสนามบิน บี้ทอท.จ่ายชดเชยเสียง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2217 13 พ.ค. - 16 พ.ค. 2550
สุดทน!ปัญหาเสียงสุวรรณภูมิ เอกชนประกาศขายทิ้งโครงการจัดสรร/ชาวบ้านขู่ปิดสนามบิน บี้ทอท.จ่ายชดเชยเสียง

พิษเสียงเครื่องบินกระทบศักยภาพพื้นที่รอบสุวรรณภูมิดับวูบ ค่ายจัดสรร –เจ้าของที่ดิน-เก็งกำไร แห่ประกาศขาย "สุวรรณาวิลล์" บอกขายยกโครงการ 200 ล้าน ส่วนชาวบ้านครึ่งหมื่น โซนเหนือ 14 ชุมชน ลั่น ปิดสนามบิน จี้ทอท. หาเจ้าภาพจ่ายชดเชยเสียง ล็อต สอง ตามมติครม. "ขิงแก่" 21 พ.ย. 49 ทุกเม็ด หลังยื่น 4 ข้อเสนอ ถึง ทอท.-รัฐบาล ด้านก๊วนไฮโซ "กรีนวัลเลย์" เสนอขาย 3,000ล้าน ที่ดิน 400 แปลง บ้านเกือบ100 หลัง เฉลี่ยหลังละ 50 ล้าน ทอท.ยันอาคารสร้างก่อนปี 2544 ได้รับชดเชย


ภายหลังการเปิดให้บริการสนามบินนานชาติสุวรรณภูมิ เป็นเวลา เกือบ 8 เดือน นับจาก วันที่ 28 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดมลพิษทางเสียง จากการขึ้น-ลงเครื่องบินในพื้นที่โดยรอบสนามบินยังไม่ได้รับการแก้ไข และชดเชยแก่เอกชนและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ และกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยทางเสียง ผู้บริโภคเริ่มมีความลังเล ขณะที่สถาบันการเงินเริ่มให้ความระวักระวังในการให้สินเชื่อบริเวณดังกล่าว เจ้าของที่ดิน-นักเก็งกำไร ผู้ประกอบการจัดสรรประกาศขายทิ้งที่ดินและโครงการ ปัจจุบันมีชาวบ้านที่อยู่อาศัยโดยรอบได้รับผลกระทบจนเกิดอาการป่วยทางจิตและเจ็บป่วยทางกายจากมหันตภัยทางเสียง จนต้องรวมตัวประท้วงเรียกค่าชดเชยด้วยการปิดสนามบิน และให้ผู้บริหารทอท.ลาออก
ต่อเรื่องนี้ นายสุรเดช เบญจาธิกุล ประธานกรรมการหมู่บ้าน ร่มฤดี บริเวณถนนร่มเกล้า ที่อยู่ทางโซนเหนือ ของสนามบินเปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ชาวบ้านที่อยู่อาศัยในหมู่บ้านจัดสรร บริเวณโซนเหนือ ของ สนามบิน จำนวน 14 หมู่บ้าน ได้ร่วมตัวกัน เรียกร้องให้ทอท. จ่ายค่าชดเชยผลกระทบทางเสียงที่ชัดเจนทุกราย ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 และให้ปฎิบัติตามมติคณะทำงานเกี่ยวกับการวางหลักเกณฑ์กำหนดวิธีการประเมินราคาทรัพย์สิน ตามราคาซื้อ-ขายตลาด วันที่ 20 มีนาคม 2550 ของกรมธนารักษ์ พร้อมทั้ง ลงนามในทีโออาร์ ว่าจ้างบริษัท ประเมินเอกชน ประเมินราคาสินทรัพย์และจ่ายชดเชยให้กับ ชาวบ้านต่อไป
พร้อมกันนี้ได้ยื่นข้อเสนอให้ ทอท. กำหนดโซนร่องเสียง และจ่ายค่าชดเชยเป็นล็อตๆไป ได้แก่ ระดับการได้ยินตั้งแต่ NEF เกิน40-40 หรือกว่า 80 เดซิเบลเอ มีจำนวน 300 กว่าหลังคาเรือน โซนต่อไป ตั้งแต่ NEF 39-35 และโซน NEF 34-30 เป็นต้น หาก ทอท.ไม่มีความชัดเจน ชาวบ้านเดินขบวนประทวง ปิดสนามบินแน่นอน " ทอท.โยกโย้ หลอกชาวบ้านให้มีความหวังไปแต่ละวัน และเลื่อนไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง กระทั้งปัจจุบันก็รับปากไปอย่างนั้นและเชื่อว่าชาวบ้านก็คว้าน้ำเหลวอีก "
สอดคล้องกับ นาย สรวิทย์ วิไลศิริ ลูกบ้าน หมู่บ้านร่มฤดี ได้ให้ความเห็นว่า ชาวบ้าน 14หมู่บ้าน เฉลี่ยหมู่บ้านละ 100 กว่าหลังคาเรือน มีผู้อยู่อาศัยเฉลี่ยหลังละ 2-3 คน จะรวมตัวกันประท้วงด้วยวิธีปิดสนามบินแน่ หากทอท.ยังไม่ปฎิบัติตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงกันไว้
ด้านนางสุชาดา นันทะพานิชสกุล แกนนำลูกบ้านในหมู่บ้านกรีนวัลเล่ย์ ซึ่งอยู่โซนด้านใต้สนามบิน บริเวณ ถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 17 กล่าวว่า ได้รับผลกระทบจากเสียงขึ้น-ลงเครื่องบิน อยุ่ในราว NEF 35-40 มีลูกบ้านที่ได้รับผลกระทบ เสนอขาย ที่ดินภายในหมู่บ้าน ฯ จำนวน 400 แปลงเฉลี่ยแปลงละ 1 ไร่ และบ้านพร้อมที่ดิน จำนวน 70 กว่าหลังคาเรือน เฉลี่ย หลังละ 50 ล้านบาท และขอค่าซ่อมแซม ประมาณ 30 หลังคาเรือน รวมมูลค่า 3,000 กว่าล้านบาท และเมื่อรวมกับ ชาวบ้านหมู่บ้านอื่นๆ รอบสนามบิน ค่าชดเชยเพื่อซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวมประมาณ 2,000 กว่าหลังคาเรือนอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท เท่านั้น
อย่างไรก็ดี ตัวเลข ค่าชดเชย 120,000 ล้านบาท ที่ทอท.กำหนดขึ้นเข้าใจว่า จะคำนวณ จากพื้นที่ทั้งหมด และปั้นตัวเลขขึ้นมา ทำให้เป็นข้ออ้างวารับภาระไม่ไหวและโยนให้รัฐบาล รับผิดชอบ ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้อง
นอกจากนี้ ได้หารือกับหมู่บ้านโซนเหนือของสนามบินแล้ว ว่าจะเดินขบวนประท้วงด้วยการปิดสนามบินหาก การเจรจาไม่บรรลุข้อตกลง และ เตรียมทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ ถึง ความไม่ชอบมาพากลที่ ทอท. ได้ มีเจตนาบิดพลิ้วที่จะไม่จ่ายค่าชดเชยให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการอ้างที่จะปฎิบัติตาม มติ ของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อปี 2548 โดยไม่ปฎิบัติตามมติครม.วันที่ 21 พฤศจิกายน 2549
ขณะที่ผู้บริหารรายหนึ่งของ บริษัท ไต้อี้ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด แจ้งว่า มีความประสงค์ที่จะเสนอโครงการ สุวรรณา วิลล์ ทั้งโครงการ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ ถนนคุ้มเกล้า เขตลาดกระบัง บนเนื้อที่ 40 ไร่เศษ และที่ผ่านมา ได้พัฒนาไปหนึ่งเฟสแล้วเป็นบ้านเดี่ยว ขนาด 50 ตารางวา และอยู่ระหว่างการขาย ส่วนที่ดินที่เหลือ อีก 29 ไร่ยังไม่มีการพัฒนา ซึ่งได้รับการพิจารณาอนุญาตจัดสรรแล้ว และรอผู้บริหารโครงการรายใหม่เข้ามาดูแล ซึ่ง มูลค่าโครงการที่เสนอขายประมาณ 200ล้านบาท และสามารถต่อรองได้เหลือ 150 ล้านบาท
โดยยอมรับว่า มีผลกระทบด้านเสียง แต่ไม่ถึงกับรุนแรงเหมือนถนนร่มเกล้า ขณะเดียวกัน พื้นที่บริเวณนี้ กรมที่ดินและกทม. ห้ามไม่ให้พัฒนาต่อ เนื่องจาก เป็นพื้นที่รับน้ำ แต่ถ้าใครซื้อที่ดินแปลงนี้ไปจะโชคดีกว่าเพื่อนก็คือ บริษัทได้รับใบอนุญาตจัดสรรทิ้งไว้นานแล้ว และสามารถพัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวขนาด 50 ตารางวาได้ แต่รายใหม่ ส่วนใหญ่มักเลี่ยงจัดสรร เพราะ หากยื่นขออนุญาตฯก็จะใช้พื้นที่มากถึง1,000 ตารางวา นอกจากนี้ปัญหาอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจขายก็คือ ปัญหาเศรษฐกิจและ ปัญหาภายในบริษัทเอง
ส่วนอีกแปลงที่ต้องการขาย จะเป็นที่ดินเปล่ารอการพัฒนา จำนวน 10 ไร่บริเวณถนนร่มเกล้า และอีกแปลง 10 ไร่เช่นกัน ซึ่งอยู่ติดกัน บริเวณวัดบำรุงรื่น เขตลาดกระบัง ยอมรับว่า แปลงที่ดิน ได้รับผลกระทบทางเสียงอย่างจัง แต่สามารถซื้อไว้เพื่อปรับเปลี่ยนการพัฒนาได้ เช่นจากบ้านจัดสรร ก็ปรับเป็น หอพักให้กับพนักงานที่อยู่ในสนามบิน หรือ พัฒนาเป็นสนามไดส์กอล์ฟ ฯลฯ โบอกขายไร่ละ 10ล้านบาท ซึ่งสามารถต่อรองกันได้ ส่วนอีกแปลง บอกขายไร่ละ 8ล้านบาท
ด้าน นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าว ถึงความคืบหน้า กรณีการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อน ของชาวบ้านรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ได้รับผลกระทบทางเสียง เกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชยตามมติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 ว่า ได้ สั่งการให้บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. ไปเจรจากับ ตัวแทนชาวบ้าน พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อน ว่า จะจ่ายค่าชดเชยได้เมื่อไหร่ อย่างไรก็ดี ภายในเดือนพฤษภาคม นี้ กระทรวงคมนาคม อยากเห็น ความเป็นไปได้ ของการจ่ายค่าชดเชย 4 หลังแรก ในล็อตแรก 71 หลังก่อน เพื่อให้ชาวบ้านทราบว่า ทอท. ไม่นิ่งนอนใจ และได้ดำเนินการจริงโดยไม่บิดพลิ้ว
นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ. )กล่าวว่า ที่ผ่านมา ได้มีผู้แทนจาก สุเหล่า วัด และโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ เข้ามาเจรจาเกี่ยวกับค่าชดเชย เรื่อง ปรับปรุงอาคาร โดยเฉพาะการติดตั้งเครื่องแอร์ ซึ่งค่าใช้จ่ายยังไม่สามารถสรุปได้ว่าใครจะเป็นผู้รับภาระ
ส่วนกรณีชาวบ้าน ที่ยื่นข้อเสนอ จะปิดสนามบิน ยังไม่ทราบเรื่อง สำหรับ การจ่ายค่าชดเชย ผู้ที่ได้รับผลกระทบนั้น ทอท. ยึดเงื่อนไข ดังนี้คือ เกณฑ์ของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกรณีปลูกสร้างบ้านก่อนปี 2544 และมีผลกระทบตามผลการศึกษา 107 หลัง จำนวนนี้ทอท . ได้ เจราจาซื้อหรือปรับปรุง 71 หลัง ซึ่ง ประเมินราคา 4 ราย จำนวน 9อาคาร และตกลงราคาแล้วรอทำสัญญาซื้อขาย ที่เหลือ ยังไม่พอใจราคา ซึ่ง ทอท. ได้ ส่ง ให้สำนักประนอมหนี้ กระทรวงยุติธรรมไปพิจารณา
ทั้งนี้มติครม วันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 ทอท.เสนอ ว่าควรทบทวนเส้นเสียงดูใหม่ ว่าผลกระทบตรงตามความเป็นจริงแค่ไหน มีจำนวนหมู่บ้านได้รับผลกระทบเท่าไหร่กันแน่ ซึ่งได้ให้กรมควบคุมมลพิษไปพิจารณาแล้ว ต่อข้อถามที่ว่าวงเงินค่าชดเชย 120,000 แสนล้านบาทตัวเลขนี้ใครเป็นผู้คำนวณออกมา นาย ชัยศักดิ์ กล่าวว่า ทอท. เป็นผู้คำนวณ ตาม พื้นที่ที่ กรมควบคุมมลพิษกำหนดแนวเขตขึ้นมา กรณี ขณะที่แหล่งข่าวจากกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ค่าชดเชยที่มีมูลค่าสูงถึง 120,000ล้านนั้น เป็นการคำนวณโดยทอท.เอง ไม่ใช่หน่วยงานอื่นเป็นผู้คำนวณ ซึ่งขณะนี้ ทอท.ได้ไปทบทวนตัวเลขค่าชดเชยใหม่แล้ว
นางกัลยา ผกากรอง รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทยจำกัด(มหาชน) หรือ ทอท.กล่าวว่า การดำเนินการแก้ไขผลกระทบทางเสียงแบ่งออกเป็น 3 แนวทาง เพื่อให้สอดคล้องกับผลสรุปที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายดำเนินกิจการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2550 คือ ให้เร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหา ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านเสียงตามผลการคาดการณ์และใช้มาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบที่ระบุไว้ในรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพิ่มเติมตามที่ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้เห็นชอบ
ทั้งนี้การดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านเสียงที่เกิดขึ้นนั้น ให้ใช้สถานการณ์การบินจริงเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2549 ซึ่งเป็นวันที่มีเที่ยวบินมากที่สุด ให้เป็นตามเกณฑ์ในการประเมินผลของกรมควบคุมมลพิษ และกรมส่งเสริมคุณภาพและสิ่งแวดล้อม โดยทอท. จะใช้หลักการและเงื่อนไขตามที่ได้ระบุไว้ในมาตราการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่ระบุไว้ รวมทั้งหลักเกณฑ์การประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้รับผลกระทบบวก –ลบค่าเสื่อม และการดำเนินการชดเชยผลกระทบด้านเสียงจะดำเนินการเฉพาะอาคารและสิ่งปลูกสร้างมาก่อนปี 2544 เท่านั้น ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีประมาณ 382 หลังคาเรือน

No comments:

เสียงเครื่องบิน...เรื่องที่คุณควรรู้

Talk about noise!!! mailtobutterfly@gmail.com

ค้นหาเรื่องเกี่ยวกับ"เสียง"ได้ที่นี่

Google