คม ชัด ลึก
ชาวบ้านหมู่บ้านจัดสรร 10 หมู่บ้านรอบสนามบินสุวรรณภูมิขอย้ายออกจากหมู่บ้านเหตุได้รับผลกระทบเสียงดังเกินจะอยู่อาศัย แต่ไม่มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหา เรียกร้อง ทอท.เจรจาก่อนสนามบินเปิดใช้อย่างเป็นทางการประกาศร่วมสถาบันลาดกระบังฯเคลื่อนไหวกดดัน 15 ก.ย.นี้
(9ก.ย.) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมกับตัวแทนชาวบ้านหมู่บ้านจัดสรรที่อาศัยพื้นที่รอบๆสนามบินจำนวน 10 หมู่บ้าน ซึ่งอยู่ในแนวเส้นเสียง NEF 35-40 ที่จะได้รับผลกระทบจากเสียงดังร่วมกันแถลงเรียกร้องให้บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท) ดำเนินการแก้ไขปัญหาผลกระทบเสียงดังและผลกระทบสิ่งแวดล้อมกับชุมชนที่อาศัยในพื้นที่รอบล้อมสนามบินให้ชัดเจนก่อนที่จะเปิดใช้สนามบินอย่างเป็นทางการวันที่ 28 ก.ย.นี้
10หมู่บ้านรอบสุวรรณภูมิสุดทนเสียงดัง
นายสุรเดช เบญจากิจกุล ประธานคณะกรรมการหมู่บ้านร่มฤดี ในฐานะตัวแทนหมู่บ้านจัดสรร 10 หมู่บ้านกล่าวว่า ชาวบ้านในหมู้บ้านจัดสรรจำนวน 10 หมู่บ้านที่อาศัยในพื้นที่รอบๆสนามบินได้รับผลกระทบจากปัญหาเสียงดัง จากการขึ้นลงของเครื่องบินเพราะอยู่ในแนวเส้นเสียง NEF 35-40 อยู่ห่างจากสนามบินเพียง 1 กม.เท่านั้น ซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขปัญหาเสียงดัง เพราะอยู่ในระดับเสียงที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้
แต่ที่ผ่านมา ทอท.กลับเมินเฉยไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหารวมถึงไม่ได้เข้ามาเจรจาเพื่อทำความเข้าใจถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น ขณะที่สนามบินกำลังเปิดใช้บริการ จนทำให้ชาวชุมชนจะต้องรวมตัวกันและร่วมกับ สถาบันฯลาดกระบังเพื่อเรียกร้องให้ ทอท.แก้ไขปัญหาโดยด่วน
"ชาวชุมชน ทั้ง 10 หมู่บ้านอยู่ในพื้นที่ร่องเรียงดังที่จะต้องได้รรับผลกระทบแน่นอนเพราะในช่วงที่มีการทดสอบบิน ชาวชุมชนได้รับความเดือดร้อนในเรื่องปัญหาเสียงดังมาก เพราะเครื่องบินขึ้นลงบนหลังคาบ้านพวกเราเลย แต่ไม่เคยมีคนจาก ทอท.เข้ามาเจรจา หารือกับพวกเราเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งชาวชุมชนส่วนใหญ่ที่ย้ายเข้ามาปักหลักที่หมู่บ้านแถวนี้เพราะว่าต้องการความเงียบสงบ แต่ตอนนี้ เสียงดังของเครื่องบินกำลังรวบกวนพวกเรา โดยที่ไม่มีใครเหลียวแล"นายสุรเดช กล่าว
ประกาศร่วมประท้วงกับสถาบันฯลาดกระบัง
ส่วนข้อเรียกร้องของชาวชุมชนคือต้องการความชัดเจนในเรื่องมาตรการแก้ไขปัญหา จาก ทอท. โดยผู้บริหารจะต้องมาเจรจากับพวกเราก่อนที่จะมีการเปิดใช้สนามบิน ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาเสียงดังที่จะกระทบกับชีวิตของชาวชุมชน ซึ่งข้อเรียกร้องเบื้องต้นคือ ต้องการให้มีการเวนคืนบ้านในราคาค้าขายกันจริงในตลาดปัจจุบัน หรือ จะต้องจ่ายค่าชดเชยเพื่อปรับปรุงบ้านการทำฝ้าเพดาน การทำผนังห้องใหม่ การติดแอร์ เพื่อลดผลกระทบในเรื่องเสียงดังโดยคาดว่า น่าจะจ่ายหลังละ1ล้านบาท รวมถึงความชัดเจนในเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม หากไม่มีความชัดเจนในวันที่ 15 ก.ย. นี้ชาวชุมชนจะเข้าไปร่วมกับ สถาบันฯลาดกระบังเพื่อเคลื่นไหวเรียกร้องต่อไป
ไม่แน่214 ล้านบาทค่าชดเชยจะได้เมื่อใด
นายพงค์ทิพย์ อินทร์แก้ว ประธานสภาคณาจารย์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า แม้ว่า ทอท.จะออกแถลงการณ์ว่าจะจ่ายเงินให้กับ สถาบันฯลาดกระบังจำนวน 214 ล้านบาท แต่จะต้องไปเข้าพิจารณาในคณะกรรมการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 13 ก.ย.นี้ก่อน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา เราเรียกร้องตลอดมาว่า หากจ่ายค่าชดเชยให้สถาบันฯก็ต้องจ่ายให้ชุมชนไปพร้อมกันด้วยเพราะลาดกระบังฯจะต้องอยู่ร่วมกับชุนชน ซึ่งในวันที่ 15 ก.ย.นี้จะต้องมีการเคลื่อนไหวร่วมกันแน่นอน
ทอท.ไม่เคยถามความเห็นชาวบ้านเลย
ด้านนางจุฑารัตน์ จันทร์ทร กรรมการหมู่บ้านร่มฤดี กล่าวว่า หาก ทอท.ไม่เข้ามาเจรจากับชาชุมชน นอกจากการร่วมกับ ม.ลาดกระบังในการเคลื่อนไหวแล้ว ชาวชุนจะทำจดหมายไปยังสายการบินระหว่างประเทศตั้งแต่ สิงค์โปรแอร์ไลน์ พร้อมทั้งส่งจดหมายไปยัง ฟาร์อิสเทิร์นอิโคโนมิค รีวิว และ ไทม์ เพื่อให้เผยแพร่ข่าวนี้ออกไปทั่วโลกว่า ขณะที่ประเทศไทยประกาศตัวเป็น สนามบินที่เป็นฮับของเอเชีย แต่ไม่ได้ดูแลผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชนได้เลย ชาวชุมชนไม่เคยได้รับการติดต่อทั้งๆที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขึ้นลงของเครื่องบิน
"ปัญหาเรื่องเสียงดังได้หารือกัลสาถาปานิคแล้วพบว่าหากต้องการบ้านที่ลดปัญหาเสียงต้องใช้เงินจำนวนมากในการแก้ไขปัญหา แค่ในส่วนฝ้าเพดานที่ต้องใช้ฝ้าแบบอะครูสติก ลงทุนมากถึง 3 แสนบาท แต่ลดปัญหาเสียงลงได้เพียง 50% เท่านั้น หากต้องปรับปรุงทั้งหมดใส่กระจก เพิ่มแอร์ จะต้อง้งบประมาณจำนวนมาก รวมถึงวิถีชีตนอกบ้านที่อาจจะหายไป เพราะว่าทนเสียงดังไม่ได้ เนื่องจากเครื่องบินขึ้นลงทุก 2 นาที" นางจุฑารัตน์ กล่าว
ด้านนางสมพงษ์ นิลชาติ อายุ 66 ปี หมู่บ้านร่มฤดี กล่าวว่า เดิมอาศัยที่ถนนตำรวจน้ำ ย้ายมาที่สำโรงเพื่อหนีน้ำท่วม และคิดว่าจะปักหลักที่หมู่บ้านนี้แล้ว แต้ตอนนี้จะต้องย้ายบ้านครั้งที่ 3 เพื่อจะหนีเสียงดังจากเครื่องบิน ความจริง ไม่ได้อยากย้ายแล้ว แต่ถ้าเครื่องบินขึ้นลงทุก2 นาที คงไม่สามารถทนเสียงดังได้ เพราะขนาดช่วงที่มีการทดสอบบิน ชาวบ้านที่นี้ไม่มีใครทนเสียงดังได้เลย
"ไม่อยากย้ายเลย เพราะว่าย้านหลังนี้สงบ ไม่เสียงดัง อยู่ใกล้ถนนเวลาไปโรงพยาบาลก็สะดวก แต่ถ้าเสียงดังอยู่ไม่ไหวก็ควจะต้องย้ายออกไป แต่อยากให้ ทางสนามบินเข้ามารับรู้ปัญหาเพื่อจะได้แก้ไข" นางสมพงษ์ กล่าว
น้อยใจเชิญแขกต่างชาติได้ชาวบ้านไม่เชิญ
ส่วนนางสวง เจิมแจ๋มแสง อายุ 77 ปี กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ชาวบ้านที่มาอาศัยในบ้านจัดสรรนั้นผิดเพราะว่ามีการประกาศว่าจะสร้างสนามบินก่อนจะตั้งหมู่บ้าน แต่ไม่รู้ว่าเป็นความผิดของใครเพราะการสร้างหมู่บ้านจัดสรร สำนักงานเขตก็อนุญาติถูกต้อง ทำให้มีหมู่บ้านเกิดขึ้นรอบสนามบินจำนวนมาก หากต้องการควบคุมพื้นที่จริงๆทำไมถึงปล่อยให้มีการสร้างหมู่บ้านได้
นายเสนอ ธรรมพิพัฒนกุล กล่าวว่า สนามบินสุวรรณภูมิ พาแขกทั้งไทยและต่างประเทศเข้าเยี่ยมชมสนามบิน แต่ พวกเราชาวชุนที่อาศัยในพื้นที่รอบๆสนามบินไม่มีใครเชิญให้เข้าไปร่วมชมสนามบินเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าน้อยใจ
Saturday, September 8, 2007
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
เสียงเครื่องบิน...เรื่องที่คุณควรรู้
- Ms.Butterfly
- Talk about noise!!! mailtobutterfly@gmail.com
No comments:
Post a Comment