Wednesday, September 5, 2007

เสนอ 5 มาตรการยุติปัญหาเสียงชาวบ้านสุวรรณภูมิ

การหารือระหว่างกระทรวงคมนาคมกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากทางเสียงจากการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิได้ข้อสรุป 5 แนวทางในการยุติปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะที่แกนนำชาวบ้านที่เป็นตัวเเทนเข้าเจรจายังแทงกั๊ก ว่าจะยุติการปล่อยลูกโปร่งในวันที่ 7 ตามที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ บอกตนเป็นแค่คนนำสารมาเจรจากับรัฐบาล ส่วนชาวบ้านจะพอใจหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวชาวบ้านที่จะตัดสินใจกันเองโดยการเจรจามีตัวแทนชาวบ้านจาก 32 ชุมชนรอบสนามบินสุวรรณภูมิที่ได้รับผลกระทบทางเสียงราว 40 คน เป็นตัวเเทน โดยมีนายวันชาติ มานะธรรมสมบัติ เป็นแกนนำ ส่วนฝ่ายกระทรวงคมนาคมมีนายชัยสวัสดิ์ กิตติพรไพบูลย์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินชดเชยให้ผูได้รับผลกระทบทางเสียงจากากรเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ นั่งหัวโต๊ะเจรจา และมี ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิร่วมเจรจาด้วย โดยการเจรจาซึ่งใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมงก็ได้ข้อสรุปเบื้องต้นเพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น ใน 4 แนวทาง ประกอบด้วย 1.ผู้ที่ได้รับผลกระทบแต่อยู่นอกเส้นเสียงทาง ทอท.และกรมควบคุมมลพิษ จะลงพื้นที่สำรวจว่ายังมีใครได้รับผลกระทบตามจริงเพิ่มเติมหรือไม่ 2.ให้บอร์ด ทอท.เปลี่ยนมติการตัดสินการซื้อบ้าน หรือปรับปรุงบ้านที่แต่เดิม ทอท.เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจให้เป็นอำนาจการตัดสินใจของผู้อยู่อาศัยเเทน 3.ทอท.ยอมแก้ไขกรอบสัญญาใหม่ให้เป็นธรรมมากขึ้น และ 4.เร่งรัดกรอบระยะเวลาการทำงานให้เร็วขึ้น ส่วนประชาชนบางส่วน ที่อยู่นอกเขตที่จะได้รับความช่วยเหลือตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 29 พค.50 ทาง ทอท.และกรมควบคุมมลพิษจะเข้าไปสำรวจ หากเดือดร้อนจริง ก็จะให้ได้รับการช่วยเหลือด้วย แต่ประชาชนยังต้องการให้ยึดเกณฑ์การชดเชยตามมติ ครม.เดิมเมื่อวันที่ 21 พย.49 ซึ่งปลัดกระทรวงคมนาคมบอกว่าประเด็นนี้จะรีบส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. โดยเร็ว แต่คงไม่สามารถระบุวันที่แน่นอนไม่ได้ เช่นเดียวกับนายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิบอกจะนำข้อสรุปที่เป็นอำนาจการตัดสินใจของบอร์ด ทอท.เข้าหารือในบอร์ด ทอท.ที่จะประชุมในวันที่ 6 นี้ทันทีเช่นกัน ขณะที่ตัวนายวันชาติ มานะธรรมสมบัติ แกนนำชาวบ้านบอกว่าพอใจผลการเจรจาในระดับหนึ่ง และจะพยายามพูดคุยกับชาวบ้านให้ยุติการปล่อยลูกโปร่งในวันที่ 7 นี้ แต่ก็ไม่รับปากว่าจะได้ผลหรือไม่ โดยนายวันชาติอ้างว่าตนเป็นแค่คนนำสารมาเจรจากับรัฐบาลเท่านั้น ส่วนชาวบ้านจะรับหรือไม่รับขึ้นอยู่กับตัวชาวบ้านเอง อย่างไรก็ดีปลัดกระทรวงคมนาคมบอกว่าการช่วยเหลือเยียวยาจะยืนอยู่บนพื้นฐานความเป็นธรรมทั้งชาวบ้าน และ ทอท. โดยย้ำรัฐบาลพร้อมช่วยเหลือ และเจรจาเพื่อเเก้ไขปัญหา เกณฑ์ใดที่ผ่อนปรนได้ก็จะผ่อนปรนให้ ถ้าไม่ได้ก็จะบอกว่าเหตุใดถึงไม่ได้ เพราะแต่ละปัญหามีอุปสรรคและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน พร้อมฝากถึงประชาชนทีได้รับผลกระทบอย่าทำอะไรที่ก่อให้เกิดปัญหาเพิ่มเติม เพราะอาจทำให้การเจรจาต้องใช้เวลายึดยาวออกไปอีก เพราะเป็นการสร้างปัญหาใหม่ ขณะที่ปัญหาเก่ายังไม่จบ ทั้งนี้ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 29 พค.50 ทอท.เป็นผู้กำหนดเเนวเส้นเสียงเอง ไม่ใช่การตรวจสอบของกรมควบคุมมลพิษที่ได้มาตรวจตามหลักวิชาการจนเป็นมติ ครม.ครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 พย.49 โดยการกำหนดเเนวเส้นเสียงใหม่ พบมีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนกว่าร้อยละ 40 ถูกปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชย เนื่องจากได้รับมลภาวะทางเสียงไม่ถึง 40 NEF (70 เดซิเบล) ซึ่งตามมติ ครม 21 พย.49 มีชาวบ้านทีได้รับมลภาวะเกิน 40 NEF ถึง 1 พัน 800 หลังคาเรือน และระหว่าง 30 - 40 NEF อีก 25,000 หลังคาเรือน แต่เมื่อมีการเปลี่ยนมติ ครม.เมื่อวันที่ 29 พค.50 ซึ่งมีการกำหนดแนวเส้นเสียงใหม่ จำนวนที่ได้รับกระทบทางเสียงมากกว่า 40 NEF ลดลงเหลือแค่ 773 หลัง และระหว่าง 30 - 40 NEF เพียง 18,253 หลัง เนื่องจากมีการกำหนดว่าผู้ที่จะได้รับการชดชเยต้องปลูกบ้านก่อนปี 2544

(04/08/50) BEC NEWS

No comments:

เสียงเครื่องบิน...เรื่องที่คุณควรรู้

Talk about noise!!! mailtobutterfly@gmail.com

ค้นหาเรื่องเกี่ยวกับ"เสียง"ได้ที่นี่

Google