4 กันยายน พ.ศ. 2550 16:45:00 กรุงเทพธุรกิจ
ทอท.ปรับวิธีบินขึ้น-ลง เชิดหัว 90 องศา ลดผลกระทบเสียงสุวรรณภูมิ บังคับใช้ 13 พ.ย.นี้ หวั่นสนามบิน 8 แห่ง เที่ยวบินเกิน 20,000 เที่ยว/ปี ปัญหาซ้ำรอย เร่งวางมาตรการลดผลกระทบ
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นางมณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวง ทรัพ ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากการศึกษาสถานการณ์มลพิษทางเสียงจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังเปิดดำเนินการ พบว่ามีเสียงดังเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยมีค่า มากกว่า 80 เดซิเบลเอ ซึ่งมากกว่าก่อนเปิดใช้สนามบินที่เคยตรวจวัดระดับเสียงรอบท่าอากาศยานอยู่ ระหว่าง 55-59 เดซิเบล เอ เท่านั้น
และเมื่อมีการจัดทำแผนที่ระดับเสียง และกำหนดเส้นทำนายค่าระดับเสียง (NEF) พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเสียงของสนามบินสุวรรณภูมิให้สอดคล้องสถานการณ์ความเป็นจริง มีพื้นที่ NEF มากกว่า40 คิดเป็น 1.93 ตร.กม. จึงมีมติให้ย้ายชุมชนที่อยู่ในแนว NEF 40 ออกจากพื้นที่ ไปก่อน
“ส่วนมาตรการลดผลกระทบด้านเสียงจากสนามบินนั้น ทางกรมควบคุมมลพิษ ได้สรุปวิธีการขึ้นบิน ของเครื่องบินโดยใช้รันเวย์ฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออก อัตราส่วนร้อยละ 80:20 ในฤดูร้อน และฤดูหนาวสลับตามทิศทางลม
"ขณะเดียวกันยังได้นำเสนอวิธีการบินขึ้นแบบเชิดหัวขึ้น 90 องศา แล้วไปเร่งเครื่องบนอากาศ ส่วนบินลงแบบโปรยตัว เพราะพบว่าสามารถลดเสียงในชุมชนที่อยู่ภายใต้เส้นทางการบินได้ โดยขณะนี้บริษัทการท่าอากาศยานฯ ได้ประกาศให้เครื่องบินทุกชนิด ที่บินขึ้นจากสุรรณภูมิ ต้องใช้วิธีการบินแบบดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย.นี้เป็นต้นไป จากที่ก่อนหน้านี้ บังคับเฉพาะสายการบินไทยเท่านั้น” อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ระบุ
นางมณทิพย์ กล่าวอีกว่า แนวโน้มการเติบโตของสายการบินมีมากขึ้นและจะส่งผลให้อัตราเที่ยวบินเพิ่มตามด้วยนั้น จากการประเมินยังพบว่าหากท่าอากาศยานมีเที่ยวบินมากกว่า 20,000 เที่ยวต่อปี จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของชุมชนรอบสนามบิน
โดยจะกระทบกับการพักผ่อนนอนหลับ ส่งผลให้เกิดความเครียดและทำให้เกิดพฤติกรรมที่ก้าวร้าวขึ้นได้ โดยเฉพาะสนามบิน 8 แห่งได้แก่ ท่าอากาศยานภูเก็ต หาดใหญ่ สมุย เชียงราย เชียงใหม่ ขอนแก่น กระบี่ และ นครพนม มีแนวโน้มจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น
ดังนั้น จึงต้องเร่งทำแผนที่เส้นเสียงของสนามบินต่างๆ รวมทั้งการท่าอากาศยาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดโซนการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ชุมชนรุกเข้ามาใกล้สนามบินมากจนเกิดปัญหาเหมือนกรณีสนามบินสุวรรณภูมิ โดยที่น่าจะต้องเร่ง ดำเนินการมากสุดคือสนามบินภูเก็ต แม้ว่าด้านหนึ่งของสนามบินจะอยู่ติดกับทะเลก็ตาม
Wednesday, September 5, 2007
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
0 comments:
Post a Comment