Wednesday, September 5, 2007

ชาวบ้านกลุ่มเดียวยังคลายทุกข์ไม่ได้

ข่าวเดลินิวส์ (5 กย 50) : ถึงแม้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบมลพิษทางเสียงรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 32 หมู่บ้าน จะแสดงท่าทีแข็งกร้าว ถึงขั้นขู่ว่า หากผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่มาเจรจา ทำความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อรับรองว่าจะช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนอย่างจริงจัง ก็อาจจะปล่อยลูกโป่ง รบกวนการบิน เป็นการสกัดกั้นเครื่องบินขึ้น ลง ในช่วงเวลาสามทุ่มถึงตีห้า ซึ่งเป็นเพราะอึดอัดกับความไม่จริงจังในการแก้ไขความเดือดร้อน แต่ก็เชื่อว่าในที่สุดชาวบ้านก็คงไม่นำเอามาตรการเด็ดขาด อันเป็นภัยต่ออากาศยานมาใช้ ในฐานะที่ต่างก็เป็นคนไทย ซึ่งต้องรับผิดหากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นในอาณาเขตประเทศของเรา แต่การที่ต้องประกาศมาตรการในเชิงดุดันดังว่านั้น ชาวบ้านมีเหตุผลว่า เหลืออด จากความเดือดร้อน ทั้งได้แจ้งถึงจุดยืนให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) หลายครั้งแล้วว่า ขอให้ใช้มติคณะ ครม. ปลายปี 2549 ซึ่งเป็นมติที่ดูแลครอบคลุมชาวบ้านที่อยู่ในแนวเส้นเสียงทั้งหมดอย่างยุติธรรม ส่วนมติของที่ประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) ที่ออกมาภายหลังนั้น ได้ตัดชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบบางส่วนออก ซึ่งเป็นการไม่ยุติธรรม นอกจากนี้ชาวบ้าน 71 ราย ที่ได้ทำสัญญารับค่าชดเชยกับ ทอท.ไปแล้ว ก็ได้ทราบว่าเป็นสัญญาที่เอาเปรียบ และไม่เคยเปิดเผยสัญญาต่อสาธารณะ หรือให้โอกาสชาวบ้านโต้แย้งก่อนลงนามด้วย ต้องยอมรับกันว่า ปัญหาของราษฎรที่ได้รับผลกระทบมลพิษทางเสียงรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น ก่อความเดือดร้อน ทั้งสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตถูกรบกวนอย่างร้ายแรง การที่ท่าอากาศยาน อันเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่แม้ด้านหนึ่งจะมีประโยชน์ เป็นประตูสู่เอเชีย แต่ก็ต้องยอมรับว่ากิจการที่สร้างขึ้นก็มุ่งประโยชน์เข้าสู่องค์กร เมื่อเกิดปัญหาเช่นนี้รัฐบาลและ ทอท. จึงไม่ควรดูดาย ปล่อยให้เนิ่นช้า ถ่วงเวลาไปวัน ๆ ควรกำหนดระยะการจัดการให้ลุล่วงอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อแสดงความรับผิดชอบ โดยเฉพาะเป็นกิจการของรัฐ ที่ควรทำตัวอย่างที่ดีให้เห็น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังการแสดงความไม่พอใจของชาวบ้าน ถึงขั้นขู่จะใช้มาตรการรุนแรงนั้น กลับมีเพียงเสียงเรียกร้องจาก ทอท. ขออย่าปล่อยลูกโป่งรบกวนการบิน หรือชุมนุมประท้วง เพราะไม่ได้ประโยชน์ ทั้งอ้างว่าการดำเนินการทุกอย่างอยู่ในขั้นตอน และยอมรับว่าล่าช้าไปบ้าง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ทอท. มิได้กระตือรือร้นกับการจัดการเยียวยาความเสียหายให้กับชาวบ้านอย่างจริงจัง ทั้งนี้ สนามบินเปิดใช้มาเกือบครบ 1 ปีในขณะที่การร้องเรียนมีมาก่อนหน้านั้น แต่ยังจัดการไม่เรียบร้อย โดยที่ไม่ใช่ความผิดของชาวบ้าน การไม่มีท่าทีและกำหนดเวลาที่แน่นอนของการช่วยเหลือเช่นนี้ คงไม่เป็นการดีกับ ทุกฝ่าย จึงควรระวังจะเป็นการกดดันจนชาวบ้านทนไม่ได้และไม่มีทางออกที่ดี.

No comments:

เสียงเครื่องบิน...เรื่องที่คุณควรรู้

Talk about noise!!! mailtobutterfly@gmail.com

ค้นหาเรื่องเกี่ยวกับ"เสียง"ได้ที่นี่

Google